ความเรียบง่าย

posted on 27 Oct 2007 15:37 by qq42  in life, musics

สวัสดีครับทุกคน...

จาก entry ที่เเล้วเรื่อง "ความสุข" ดูเหมือนเราจะได้ข้อคิดจากการเขียน entry ในบลอกไม่มากก็น้อย วันนี้ได้ไปนั่งสมาธิก็หัวปลอดโปร่งดี รู้สึกคิดอะไร มองอะไรได้ชัดเจนกว่าเก่า

เราเรียนออกเเบบทั้งทีเเต่เพิ่งสังเกตเห็น.... ว่าชีวิตก็เป็นดั่งงานศิลปะชิ้นหนึ่ง เป็นโปรเจคชิ้นใหญ่ที่สุดของนักออกเเบบทุกคน เป็นโปรเจคที่ไม่มี deadline ไม่มีเงินตอบเเทนหรือเกรดให้เป็นรางวัล เเต่รางวัลเเละสิ่งทีได้จากโปรเจคนี้นั้น ยิ่งใหญ่กว่าโปรเจคใดๆทั้งหมด เราเรียนออกเเบบมาก็หลายเเขนง ทั้ง Typography, Graphic Design, Communication Design, Illustration, Animation, Photography รู้ไหมว่าสิ่งที่ทุกเเขนงต้องการเหมือนๆกัน ตรงกับที่ Frank Lloyd Wright พูดไว้ Less is More... เราคงจะต้อง Redesign ชีวิตของเราสักหน่อย ไม่อยากให้มันเต็มไปด้วยขยะเต็มหน้ากระดาษ ทุกอย่าง Right in your Face เหมือนหนังสือ Magazine เมืองไทย ไม่อยาก fake เห็นอะไรเจ๋งก็ใส่เข้าไปอยากจะรู้จริงว่าควรจะใส่อะไรเข้าไป...ใส่ไปทำไม อยากให้มันเรียบง่ายเเละดูดี... ตอนนี้สังคมช่างยุ่งเหยิงเหลือเกิน มีเเต่ส่วนเกินเต็มไปหมด ทุกคนต่างวุ่นวาย ต่างซับซ้อน ไม่มีความง่ายอยู่ในชีวิต จึงยากที่จะสังเกตเห็น พ่อเเม่เราต่างวุ่นวาย อ.เราต่างวุ่นวาย เพื่อนๆก็ต่างวุ่นวาย วุ่นวายกับการโทรหาคู่รักอีกฟากหนึ่งของโทรศัพท์มือถือ เเละวุ่นวายกับตอนนี้เสื้อผ้าเเบบไหนกำลังฮิต วุ่นวายกับความเท่ความเเนว วุ่นวายกับการเเต่งหน้าเซ็ทผม... วุ่นวายสิ้นดี..

ถึงจะพูดเเบบนั้นเเต่ความเรียบง่ายนั้นไม่ง่ายเลย... การทำสิ่งที่ยุ่งยาก ให้ง่ายนั้นยากเหลือเกิน...จำเป็นต้องอาศัยความรู้เเละความเข้าใจมหาศาลจึงจะมาปรับใช้ด้วยกันได้...มันเป็น

ความเหนื่อยที่เเตกต่างจากการมีอะไรก็ใส่มันเข้าไปโดยไม่ได้คิด บอกตรงๆว่าเรายังไม่มีความรู้หรือความเข้าใจตรงนั้น เเต่เราก็จะพยายาม ความง่ายจริงๆที่เรารู้ตอนนี้คือ "เรายังอยู่ที่นี่ ยังมีชีวิตอยู่"

-----------------------------------------------------------------------

บอกตรงๆเลยว่าเราคงเลิกคิดมากไม่ได้ มันเป็นธรรมชาติของตัวเรา ..เวลาผ่านมานาน ถ้าคนที่รู้จักเรามาก่อนคงจะเห็นเราพยายามจะเปลี่ยนความคิด คิดให้น้อยลง เลิกคิดเรื่องบางเรื่อง..มันไม่ใช่ไม่สำเร็จ เเต่มันทรมานที่ต้องห้ามตัวเองไม่ให้คิดอยู่ตลอดเวลา เราเขียน header blog โดยไม่ลังเลว่านี่คือบลอกของคนคิดมาก เเล้วเราก็คงจะคิดมากตลอดไป เเละก็มีความสุขกว่าที่ได้ทำเเบบนี้ ไม่อยากฝืืนตัวเองอีก

เเต่ต่อจากนี้คงไม่คิดให้น้อยลง เเต่เเบ่งเวลาคิดให้เป็นเวลามากขึ้น.. เราเองไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้.. มีทั้งคนที่รักเราเเละคนที่เรารัก... ไม่อยากให้คนเหล่านั้นมาทุกข์จากความเครียดของเรา ... อยากทิ้งใส่ถึงขยะหน้าประตูบ้านก่อนมาเจอพ่อเเม่ อยากโยนมันใส่ Trash ก่อนจะออนไลน์ใน MSN เวลางานคือเวลางาน เวลาพักคือพัก ถ้าคิดเเบบนี้ เราคงไม่มีทางเป็น workaholic... เเล้ววันฝนตกคงจะทำให้เรามีความสุขได้เหมือนเมื่อก่อน

-----------------------------------------------------------------------

เรารักตัวเอง.. เป็นคนอยากสบาย เเต่เราไม่ใช่คนรักสบาย.. เป็นคนกลัวตาย เเต่ก่อนไม่เคยคิดหรอก ยังคุยกับเพื่อนคนนึงอยู่เลยว่า คนเราไม่กลัวตายหรอก เเค่กลัวเจ็บ เเล้วก็ยังรู้สึกอีกว่าความตายนี่มันเรื่องไกลตัวนะ จนตั้งเเต่เพื่อนร่วมรุ่น ชื่อ อุ้ม คนนึงจากเราไป ถึงได้รู้ว่าเค้าก็เกิดมาไล่เลี่ยกับเรา ถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องไม่ปกติหรอก...ที่คนอายุขนาดนี้จากไป ไม่ได้พูดถึงอุ้ม เเต่เพราะอุ้ม ทำให้เราคิดได้ ว่าคนทั่วโลกที่อายุไล่เลี่ยกับเรา ตายไปวันละตั้่งเท่าไหร่ ความตายเป็นเรื่องปกติ ความตายเป็นความสวยงามอย่างนึงของชีวิตที่ไม่มีใครหลีกพ้น.... เพราะงั้นเลยอยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่ากับทุกวัน อยากใช้ชีวิตให้มีความหมาย พรุ่งนี้เราอาจจะตายก็ได้..ใครจะรู้ ? เพราะงั้นจึงมีความคิดหลายอย่างที่เราพยายามจะปรับใช้กับตัวเอง.. เช่นดื่มด่ำกับธรรมชาติ รู้คุณค่าของน้ำทุกหยด อาหารทุกจานที่เราได้กิน ใช้เวลาให้ทุกนาทีมีความหมายเหมือนที่ Steve Jobs ใช้..เเต่เราก็ทำไม่ได้.. ยังไม่เข้มเเข็งพอถูกสื่อของสังคมสมัยใหม่ชักจูงนำทางได้ง่ายๆ ยังไม่เข้มเเข็งพอ...

เเต่อย่างที่บอก...เราอยากสบาย เเต่ไม่ใช่คนรักสบาย..เพราะงั้นเราคงไม่ยอมเเพ้ ไหนๆชื่อจริงก็ชื่อ "ิวิริยะ" เเล้วหนิ จะมายอมเเพ้ง่ายๆกะอีกเเค่ fade เเค่นีได้ไง ? ใช่ไหม ? นี่มันเเค่อีกก้าวที่ขรุขระ ยิ่งขรุขระเท่าไหร่ จุดหมายปลายทางก็ยิ่งน่าจดจำ... เรา fade ไม่บ่อย เเต่เวลา fade ทีก็ยอมรับว่าเป็นหนัก เเต่ก็ไม่ได้ fade เฉยๆ ก็พยายามหาเหตุผลที่ fade อยู่หรอก.. ส่วนนึงคงมาจากนิติภาวะของเรา เพราะว่า ยังเด็ก คิดเด็กๆ ทำอะไรเด็กๆ ชีวิตยังอีกไกล คงต้องค่อยๆเรียนรู้กันไป

-----------------------------------------------------------------------

ก่อนจะจบเเถมเพลงฟ้าใสให้หนึ่งเพลง คงจะโดนใจใครหลายๆคน รึเปล่า ? ความหมายเค้าดีมากๆเลย

Artist: The Flaming Lips
Song: It's Summertime

Lyrics:
(throbbing orange pallbearers)

It's summertime - and I can understand if you
Still feel - sad -
It's summertime and though it's hard to see its true
possibilities -

When you look inside - all you'll see
When you look inside - all you'll see
Is a self-reflected inner sadness -
Look outside - I know that you'll
Recognize it's summertime

คงต้องมองข้างนอกให้มากกว่านี้...
-----------------------------------------------------------------------

 

edit @ 27 Oct 2007 15:40:18 by q

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ปล. ถึงกวางจาก entry ที่เเล้วๆ >> ใช่ความสุขของเเต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสุขของเราที่คิดมาตลอดคือการสร้างสรรค์งาน.. เเละก็ใช่.. ตอนนี้เราเหนื่อย เหนื่อยกับงาน อยากหนีไปเที่ยวไกลๆ ..ไม่อยากเชื่อว่าคนที่ไปเที่ยว 2 ปีครั้งเเบบเรา จะบอกว่าอยากไปเที่ยว 555 บางทีรู้สึกเสียกำลังใจเพราะจมอยู่กับมันมากไปนั่นเอง ขอโทษ... เเล้วเราจะหามาคืนให้นะ..ขอบคุณนะ

#1 By q on 2007-10-27 15:41

เหนด้วยหวะ ควรใช้ชีวิตทุกวันให้คุ้มค่า ไคจะรู้เนอะ ??? ตายวันนี้...วินาที...ก้อเป็นไปได้
blog มีสาระมากมาย ชอบนะๆ

#2 By เพื่อน (58.9.229.150) on 2007-10-27 16:20

โอ้ อ่านแล้วให้ข้อคิดดีจริงๆ เคยแอบมาอ่านหลายเอ็นทรีที่ผ่านๆมา ดี เอาอีก! อ่านแล้วเหมือนโดนสาดน้ำมนต์ไล่ผีชิว แต่ผีชิวไล่ยากมาก/เพลงเพราะดี/ รูปข้างล่างสวยดี มีคนคิ้วเป็นงี้จิงดิ่!

#3 By HineyHelsinki on 2007-10-27 22:05

เราเองไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้.. มีทั้งคนที่รักเราเเละคนที่เรารัก... ไม่อยากให้คนเหล่านั้นมาทุกข์จากความเครียดของเรา ... อยากทิ้งใส่ถึงขยะหน้าประตูบ้านก่อนมาเจอพ่อเเม่ อยากโยนมันใส่ Trash ก่อนจะออนไลน์ใน MSN เวลางานคือเวลางาน เวลาพักคือพัก ถ้าคิดเเบบนี้ เราคงไม่มีทางเป็น workaholic... เเล้ววันฝนตกคงจะทำให้เรามีความสุขได้เหมือนเมื่อก่อน

ดีมาก ไอ้คนคิดมาก55

#4 By กวาง (210.203.179.133) on 2007-10-27 23:49

เป็นคนคิดมากเหมือนกันค่ะ(มากๆด้วย)
ถ้าพอมีใครมาบอกให้เลิกคิดมาก ยิ่ง
ต้องมานั่งคิดอีกว่าจะทำยังไงเลิกคิดมาก
ยิ่งคิดเข้าไปใหญ่ ถ้าสมองมีสวิตช์เหมือนหุ่นยนต์
พอคิดปุ๊บก็กดปุ่มปิดปั๊บได้ทันที ทุกอย่างมันคงง่าย
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ลองอ่านหนังสือธรรมะ
มีข้อคิดช่วยให้ใจสงบขึ้น สั้นๆคือ "การรู้ตัว" ก็คือการมีสตินั่นเอง พอคิดอะไรขึ้นมา ก็ให้รู้ว่าตัวเองกำลังคิดเรื่องนี้อยู่นะ
รู้สึกอะไรกับสิ่งที่คิด ก็ให้รู้ว่าตัวเองรู้สึกอะไร
มันไม่ใช่การห้ามคิด ไม่ใช่การฝืน
แต่เป็นการให้เรารู้ตัวว่าสิ่งที่เราคิดนั้น ทุกข์นั้น มันเป็นจิตเราเอง
ถ้าเรารู้ตัวบ่อยๆ เวลาเกิดความคิดขึ้นมา
เราก็จะไม่ล่องลอยไปไกล หรือฟุ้งซ่าน
มากกว่าแต่ก่อน big smile

(แต่บางทีการคิดมากก็มีผลดีนะ เอาไปใช้กับงาน
ออกแบบได้ดีเลยแหละ แต่เสียเวลาคิดไปหลายวันหน่อย
5555+ เลยเหลือเวลาทำนิดเดียว)

ไหนไหนก็เมนท์มายาวขนาดนี้ ฝากวาทะของไอนสไตน์
เล็กน้อยละกันนะ

" ทุกสิ่งจะต้องทำอย่างเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ไม่ใช่แก้ไขให้ง่ายขึ้น"

- จากหนังสือ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (รวมวาทะไอน์สไตน์) สำนักพิมพ์ มติชน

#5 By Bubble~blow~* on 2007-10-28 10:03

อยากให้เปลี่ยนสีตัวอักษรจังเลยค่ะ big smile

#6 By ~ N ~ on 2007-10-29 14:14

ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
แต่ชีวิตก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะคิด

ความเรียบง่าย ความไม่ยึดติดผูกพัน ทำให้ชีวิตดำเนินไปได้ง่ายขึ้น big smile

#7 By ~ N ~ on 2007-10-29 14:59

คราวนี้อ่านได้ชัดเจนมากค่ะ big smile

#8 By ~ N ~ on 2007-10-29 16:45

คิวความคิดเป็นผู้ใหญ่มากมาย
ดีแล้วๆ * - *//

#9 By z e e n i n e ✖✖ on 2007-10-29 22:49

จะคิดมากก็มะเปนไรหรอก

ขอคิด + ก็พอละเนอะ ^O^

#10 By Gamtui (125.25.209.25) on 2008-10-11 23:15