posted on 16 Jul 2008 08:27 by qq42 in design
สวัสดีครับ...
คราวที่เเล้วอัพบลอคไป เห็นคอมเมนท์เนี้ย ของคุณ buffy
นั่งกลับไปคิดอยู่นานเลย ว่าอะไรมันคือ "work" ของชั้นหว่า ? ถ้าสำหรับงานของเต็กคำว่า work คือใช้งานได้ดี ตรงกับที่ Louis Sullivan บอกคือ 'form follow function' เเล้วคำว่า work ของ communication design คืออะไร ? มันเป็นอะไรที่น่าคิดมากๆเลยนะ ต้องขอบคุณคุณ buffy จริงๆ เพราะไม่เคยคิดถึงตรงนี้เลย พอมาคิดในเเง่ของสถาปัตยกรรมเเล้ว work ไม่ work สำคัญจริงๆ เเต่เพราะตัวงานมันต่างกัน งานของเต็กเทียบกับของเราเเล้วเป็นอะไรที่ sophisticate มาก ไม่ mass เหมือน comm. design งานชิ้นนึงตั้งอยู่ได้อย่างต่ำ 50 ปี คำว่า work ไม่ work ต้องมานั่งดู นั่งคิดกันอยู่นานทีเดียว ...เเล้วอย่างงานกวาดตาผ่านไม่ถึง 30 วิ เเล้วก็ต้อเลือกเนี่ย อะไรมันคือ work นะ ?
คงจะไม่ตอบว่า 'ขายออก' หรือว่าเเค่'สื่อสาร'ได้หรอกอันนั้นมันก็ต้องเเน่อยู่เเล้ว เป็นจุดมุ่งหมายที่ designer ทุกคนต้อง keep in mind อยู่เเล้ว เราว่าไอ้ของเเบบนี้มันไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่างาน work หรือไม่ work เเต่มันคือ purpose ของงานตั้งเเต่เเรกเเล้ว ถ้าทำตรงนี่ไม่สำเร็จก็อย่าทำดีกว่าไหม ? ไอ้ work หรือไม่ work น่าจะเป็นการที่เราเข้าใจ purpose นั้นได้ดีขนาดไหน เเล้วตีความออกมาได้ยังไงมากกว่า
การที่ให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการเรียกว่า work ได้ไหม ? Steve Jobs CEO ของ apple เคยพูดไว้ว่า 'You can't just ask customers what they want and then try to give that to them. By the time you get it built, they'll want something new.' ใช่มันจริงมากๆ เพราะงั้นเราถึงต้องมองไปในอนาคตตลอดเวลา ตีโจทย์ให้ออกว่าที่ลูกค้าต้องการจริงๆน่ะมันคืออะไร จุดหมายจริงๆของเค้าคืออะไร ? ถ้าทำได้เเล้ว จะเรียกว่า work ได้ไหมนะ ?
เราคิดว่างานไหนตั้งเเต่เรียนมา work มั่งนะ ? งาน Paul Rand สวยดีนะ งาน Saul Bass ก็เท่ดี งาน Piet Modrian ก็เเปลกตาดี รู้สึกว่า work นะ Josef Albers ก็ work รึเปล่านะ ? ผิดอีกเเล้ว.....เราว่าไม่เลย เราไม่รู้สึกว่างานพวกนี้มันน่าทึ่งหรือ work เลยจนเรารู้ว่าวิธีคิดของเค้าเป็นยังไง เหมือนที่ไม่รู้สึกว่านครวัดน่าทึ่งจนรู้ว่ามันสร้างยากขนาดไหน ปีระมิดก็เหมือนกัน...พูดง่ายๆก็คือ เราเชื่อว่างานของเค้า work ในระยะเวลาของเค้า เเต่ถ้ามีคนทำอะไรเเบบนั้นในช่วงเวลาของเราจะ work ได้ไหมนะ ....เราคนนึงละ ไม่คิดว่ามัน work
อ้าว...กลับมาเป็นเเบบนี้ซะงั้น งี้เราก็ต้องสร้างที่เเตกต่างเพื่อให้มัน work เหรอ ?? งี้เเล้วจะทำให้คนยอมรับโดยมัน work ได้ยังไง ? อะไรคือ work ?
เฮ้อ....
ทุกคำตอบ...ผิดหมด !!!
อะไร work ไม่ work ไม่ใช่เราเเต่เเรกเเล้วที่จะตัดสินใจได้ เราคิดเเบบนั้นจริงๆ เราสร้างงานออกเเบบงานที่เเตกต่างโดยหวังว่ามันจะ work ไม่ได้หรอก คนอื่นๆถึงได้ล้มเหลวเป็นร้อยเป็นพันครั้ง มีเเต่ลูกค้าเเล้วก็สังคมเท่านั้นที่จะตัดสินใจให้เราได้ .....จะ work ไม่ work ก็ต้องอยู่ที่ประสบการณ์ของคนทำ ของคนที่ทำให้ ของคนทุกๆคน ว่าอะไรคือดีไม่ดี อะไรคือควรไม่ควร..... Takeshi Murakami หรือพี่เจ้ย ถึงได้ไปดังหนักหนาที่เมืองนอก เเต่คนในประเทศตัวเองไม่ยอมรับ... มันต้องใช้ทั้งดวง ทั้งโอกาส ต่อไปไม่ใช่เเค่เราต้องอ่านให้ออกเเล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร ...คงต้องอ่านให้ออกว่าสังคมต้องการอะไร
หรือจะเป็นเเบบ FLW ที่ขวางโลก สร้่าง Prairie School ขึ้นมาหน้าตาเฉยเเบบไม่สนใจใครเเล้ว ชั้นจะทำเเบบนี้ของชั้น ? เเต่จริงๆนั่นก็เพราะมี Sullivan หนุนหลังอยู่ด้วยรึเปล่า ถึงทำเเบบนั้นได้ ? จริงๆ Zaha Haldid ก็ทำเเบบนั้นเหมือนกัน ถึงได้คู่ควรกับ Prizter Award ...
ค่อยๆคิด ค่อยๆทำจะดีกว่า...มีเวลาอีกหลายปี...
ปล. ขอบคุณคุณ buffy มากครับ ให้อะไรกลับไปคิดอย่างเลยทีเดียวเชียวเเหละ
Life in Technicolor - Coldplay
,vp
posted on 12 Jul 2008 06:55 by qq42 in life
สวัสดีครับ...
เช้าวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ตื่น ทำการบ้าน ทำกับข้าว เเล้วก็ไปเรียน (ทำการบ้านตอนเช้านิสัยไม่ดีนะครับ อย่าเอาเป็นเเบบอย่าง 555) เเต่วันนี้เหมือนมันมี moment นึงตอนเรียนที่รู้สึกอะไรบางอย่าง..
มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยากมากเลย Abby ที่เป็น อ.สอน ESL เรา อยู่ดีๆเค้าก็เเซวเราเล่นๆว่า... เราเเปลกมาก...เป็นคนเเปลกๆ ทำอะไรเเปลกๆ...เเถมยังคิดอะไรเเปลกๆ จริงๆมันไม่เเปลกเลยเเหละ มีคนพูดเเบบนี้หลายคนเเล้ว เเต่มันเเปลกคืออยู่ดีๆ เราก็รู้สึกว่าเหมือนกับว่า เค้า encourage ให้เราเเปลกๆยังไงไม่รู้สิ ...
ตอนเดินกลับบ้านก็คิดมาตลอดเลยหวะ เราทำให้ตัวเราเเตกต่างได้จริงๆ...(หมายถึงออกเเบบงานให้มันเเตกต่างได้จริงๆ) มันเเต่ต้องการ twist ตอนจบ กับคำว่า"ทำไมจะไม่ล่ะ" ตอนได้รับงานมาเท่านั้นเอง เเล้วทุกคนก็พยายามบอกเราเเบบนั้น picasso, oscar wilde, zaha haldid,frank lloyd wight, jackson pollock, andy warhol, paul arden, steven heller ...ทุกคนพยายามบอกเราเเบบนั้นว่าให้เป็นตัวของตัวเอง ตัวเราเนี่ยเเหละ original ที่สุดเเล้ว...เเต่ทำไมเราถึงเพิ่งมานึกได้ก็ไม่รู้ จริงๆเเล้วการที่จะเปลี่ยนวิธีคิด หรือพยายามสร้างงานที่เเตกต่างน่ะ มันง่ายมากเลย ที่ยากคือการที่คนจะยอมรับวิธีของเราต่างหาก
เหมือนกับการที่ทำให้ Abby เห็นดีด้วยกับความคิดเเปลกๆของเรา เเทนที่จะบอกว่ามันเเปลกเเต่บอกว่าดี....นั่นเเหละ...สิ่งนี้ต้องใช้ทั้งจังหวะของสังคม ของเวลา จังหวะของตัวเราเอง เเล้วก็ตัวเราเองด้วย เหมือนที่ Frank Lloyd Wright เคยพูดไว้ว่า "การที่จะออกเเบบงานได้ดี ไม่ใช่เเค่ต้องเก่งเเต่ออกเเบบอย่างเดียว เเต่ต้องตีความเก่งด้วย ตีความให้ออกว่า'โลก' ต้องการอะไร"
คิดไปคิดมา ...เพราะเรามาอยู่นี่ มาใช้ชีวิตจริงๆรึเปล่านะ ? เลยทำให้ได้คิดอะไรหลายๆอย่างเพราะเราเป็นตัวเราเอง....คิดนอกกรอบไม่ได้ยากขนาดนั้น เเต่มันยากที่จะรู้ว่ามันทำได้ไม่ยาก เเละยากมากที่จะรู้ว่าคิดยังไง เรียนมา 2 ปี ยังเข้าใจไม่ได้ดิบได้ดีเท่าไหร่ เเต่ก็เข้าใจมามากขึ้นเเล้ว...
,vp